ส่อง 5 ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทย ดีไซน์โดนใจที่สาว ๆ ควรกดติดตามใน IG

ส่อง 5 ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทย ดีไซน์โดนใจที่สาว ๆ ควรกดติดตามใน IG post thumbnail image

ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าการช้อปออนไลน์นั้นมาแรงจริง ๆ เพราะสะดวก รวดเร็ว อีกทั้งยังไม่ต้องเดินทางออกไปซื้อให้เสียเวลา เพียงกดสั่งสินค้าแบบง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วก็รอรับของได้แบบสบาย ๆ และสาว ๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าเป็นนักช้อปออนไลน์และชอบสั่งซื้อเสื้อผ้าเป็นชีวิตจิตใจ ลองมาส่อง 5 ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทยดีไซน์สุดเจ๋ง ที่บอกเลยว่าต้องรีบกดติดตามในอินสตาแกรมโดยด่วน

1. Classic Culture

IG: classic_culture

เริ่มต้นร้านเสื้อแบรนด์ไทยราคาประหยัดที่สาว ๆ สามารถเป็นเจ้าของดีไซน์สุดคลาสสิกได้ในราคาเพียงหลักร้อย โดยร้านนี้เจ้าของร้านได้ออกแบบและควบคุมการตัดเย็บด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ผลงานเดรสดีไซน์เรียบ แต่สามารถหยิบมาใส่ได้บ่อย ๆ อีกทั้งยังใส่สบายแบบไม่ต้องรีด เสื้อผ้าของร้านนี้มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ชุดกระโปรงสั้น ชุดกระโปรงยาว เสื้อยืดใส่สบายที่หยิบมาใส่ได้หลายโอกาส ส่วนใหญ่เน้นใช้โทนสีเดียว ไม่เน้นลวดลายมากนัก ใครที่รู้ตัวว่าชอบสไตล์คลาสสิกต้องรีบไปจับจอง

2. Chermarn Collection

IG: chermarn.collection

เมื่อได้ยินชื่อร้านนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจนึกถึงนักแสดงสาวสวยคนเก่ง อย่าง พลอย เฌอมาลย์ ซึ่งถูกต้องแล้ว เนื่องจากเป็นร้านของสาวพลอยที่หันมาทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง สำหรับสไตล์เสื้อผ้าร้านนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสไตล์เสื้อผ้าใกล้เคียงแฟชั่นของสาวพลอยในชีวิตจริง ที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความเซ็กซี่และไม่ธรรมดา เช่น เสื้อเชิ้ตไอเวอร์ไซส์ หรือเสื้อยืดคอลึกเรียบ ๆ ที่เพียงนำมาจับคู่กับเสื้อแจ็คเก็ตสักตัวก็สามารถไปเที่ยวได้ทันที นอกจากนี้ยังมีชุดนอนและกระเป๋าผ้า เอาไว้เป็นตัวเลือกสำหรับสาวนักช้อปอีกด้วย

3. Pur Studio

IG: pur.studio

อีกหนึ่งเสื้อผ้าแบรนด์ไทย IG ที่ออกแบบมาเพื่อสาวมีสไตล์ คอนเซปต์ของร้านเลือกนำเสนอเสื้อผ้าดีไซน์เรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความเป็นแฟชั่นนิสต้าอยู่ในตัว ไอเทมที่พลาดไม่ได้คงต้องยกให้กับเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ มีให้เลือกหลายสีสัน มาพร้อมลูกเล่นแตกต่างกันไป รวมถึงกางเกงเอวสูงสีเรียบที่ใส่แล้วดูขายาวสุด ๆ ไม่เพียงเท่านั้น บางคอลเลคชั่นยังมีชุดกระโปรงสีสดใสให้เลือกเป็นเจ้าของและเสื้อยืดชิล ๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความชิค เพราะฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าชอบเสื้อผ้าดีไซน์เรียบ ๆ แต่อัดแน่นด้วยสไตล์ต้องกดติดตามโดยด่วน

4. S Signature

IG: shopssignature

มากันที่เสื้อผ้าแบรนด์ไทย IG สำหรับสาวเก๋กันบ้าง จุดเด่นของร้านคือคอนเซปต์การออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการแต่งตัวเท่ ๆ ดูทะมัดทะแมง แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูดูดีมีระดับ เหมาะกับการเลือกใส่ในชีวิตประจำวันและวันทำงาน ทำให้มีดารานักร้องเลือกใส่จำนวนมาก ไอเทมที่ไม่ควรพลาดคือเสื้อสูทแฟชั่น ทั้งสูทพอดีตัว สูทโอเวอร์ไซส์ สูทตัวสั้น นอกจากนี้ยังมีเสื้อเชิ้ต เสื้อเกาะอก กางเกงทรงสวย ให้ได้ติดตามด้วยเช่นกัน

5. Saaman Official

IG: saaman_official

แบรนด์ไทยคุณภาพที่อยากบอกต่ออีกหนึ่งแบรนด์ นั่นคือ “สามัญ” แค่ชื่อก็พอเดากันได้แล้วว่าเป็นร้านขายเสื้อผ้าสไตล์เรียบง่ายและหยิบมาใส่ได้ทุกวัน ความน่าสนใจของร้านนี้คือการออกแบบเดรสหรือชุดกระโปรงอันมีเอกลักษณ์ ดีไซน์เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา จะเลือกใส่ออกงานก็ดูหรูหราหรือจะเลือกแมทช์กับผ้าใบก็นำมาใส่ในชีวิตประจำวันได้ เรียกได้ว่าซื้อเดรสร้านนี้เพียงชุดเดียวสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาสเลยทีเดียว

สำหรับใครที่มีโอกาสได้กดติดตามร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทยเหล่านี้ในอินสตาแกรมแล้ว จะเห็นได้เลยว่าบรรดาแบรนด์ไทยเหล่านี้สามารถออกแบบเสื้อผ้าได้ดีมีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ต่างประเทศ อีกทั้งการซื้อเสื้อผ้าจากบรรดาดีไซเนอร์ไทยยังช่วยสนับสนุนผลงานคนไทยอีกด้วย และสำหรับใครที่ยังไม่ได้กดติดตาม แนะนำให้รีบกดติดตามโดยด่วน รับรองว่าจะต้องเจอไอเทมที่โดนใจอย่างแน่นอน

Shopee 11.11 Big Sale กลับมาอีกครั้งปังกว่าเดิม! จัดโปรปังแน่นตารางตลอดแคมเปญ มาพร้อมส่วนลดมากกว่า 50% ทุกวัน และ Flash Sale รวมไอเท็มฮอตราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท! พร้อมโค้ดส่งฟรีจุกๆ ขั้นต่ำ 0 บาท! เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2020 นี้เท่านั้น!

เพลิดเพลินไปกับดีลเด็ดจากหลากหลายหมวดหมู่สินค้า ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางและความงาม ของแต่งบ้าน เกม กล้อง คอมพิวเตอร์ กีฬา ฯลฯ และอย่าลืมเก็บโค้ดส่วนลด 50% ทุกเที่ยงคืนมาช้อปไอเท็มเด็ดจากร้านดังได้ทุกวัน!

สำหรับคนที่ชอบซื้อของใช้ในราคาสุดคุ้ม รอช้อปที่ Shopee Mart Big Sale ได้เลย! ดีล Grocery อาหาร ขนม และของใช้ในบ้านสุดปังรวมอยู่ที่นี่แล้ว!

Tags:

Related Post

ตู้เสื้อผ้า

จัดห้องนอนอย่างไรให้หลับสบายจัดห้องนอนอย่างไรให้หลับสบาย

ห้องนอนถือเป็นหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อเรามาก ขอย้ำว่ามากจริงๆ โดยห้องนอนนั้นคือห้องที่เราต้องใช้ในการพักผ่อนร่างของเราหลังจากทำงานหรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน และห้องนอนยังเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุดในบ้านด้วย อย่างน้อยๆ ก็ 6 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเราใช้เวลาอยู่ในห้องนานมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเราใช้ห้องนอนเป็นสถานที่นอนหลับผ่อนคลายดังนั้นห้องนอนจึงควรมีการจัดระเบียบและตกแต่งให้น่าอยู่มากที่สุด เพื่อจะได้เข้ามาแล้วรู้สึกน่านอนและหลับได้สนิท โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการจัดห้องนอนให้น่านอนและหลับสบายตลอดคืนกันว่ามีทริคหรือเทคนิคอย่างไรในการจัดห้องนอนบ้าง วิธีการจัดห้องนอนให้น่าอยู่นอนหลับสบาย ทริคและวิธีในการจัดตกแต่งห้องนอนให้น่าอยู่นั้นก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการจัดห้องนอนให้น่าอยู่ในแบบของเราให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้มาดูกันว่ามีวิธีอย่างไรกันบ้าง เริ่มแรกควรจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนก่อน ซึ่งอาจจะต้องดูลักษณของห้องนอนว่ามีขนาดเท่าไหร่ หน้าต่างอยู่ตรงไหน ตำแหน่งไหนที่แสงเข้ามา โดยในการจัดวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์นั้นหลายๆคนอาจมีวิธีการจัดตามหลักฮวงจุ้ย แต่หากจะทำตามหลักความสะดวกก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนส่วนมากก็มีไม่มาก จะมีพวกตู้เสื้อผ้า เตียง โต๊ะ เป็นต้น โดยเราอาจจัดวางให้ตู้เสื้อผ้าอยู่ในมุมหรือด้านในของห้องนอน ไม่ควรนำตู้เสื้อผ้าอยู่ใกล้กับหน้าต่างเพราะหากฝนตกแล้วเราลืมปิดหน้าต่างตู้เสื้อผ้าอาจได้รับความเสียหายได้ ส่วนตียงควรจัดวางให้หัวเตียงหันไปทางทิศตะวันออกและมีจุดที่รับแสงเพียงพอเพื่อตอนเช้าจะได้ตื่นได้ไว เป็นต้น เมื่อจัดวางตำแหน่งและ position ของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในห้องนอนแล้ว ต่อมาที่ต้องทำคือการจัดการตกแต่งอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องนอน ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน เครื่องนอน และอุปกรณ์อื่นๆ โดยเครื่องนอนต้องเลือกเครื่องนอนที่มีความนุ่มสัมผัสน่านอน ผ้าไม่หยาบกระด้างหรือระคายเคืองผิว ส่วนผ้าม่านนั้นควรเลือกแบบสองชั้นที่มีทั้งทึบและบาง นอกจากนี้อาจมีการนำเทียนหอมหรือธูปหอมมาตั้งไว้ใน้ห้องนอนเพื่อให้ได้รับกลิ่นที่ดีผ่อนคลายก่อนนอนได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดของการจัดห้องนอนให้น่านอนนั้นคือการทำความสะอาด เราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องนอนและเครื่องนอนของเราให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้เราหลับได้สบาย

รถ6ล้อรับจ้าง

การคิดราคาของรถ 6 ล้อรับจ้าง คิดยังไงการคิดราคาของรถ 6 ล้อรับจ้าง คิดยังไง

การใช้บริการรถรับจ้างเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวที่ใช้ในการขนย้าย แม้บางคนมีรถก็ใช้ว่าจะกล้าเอามาขนของ เพราะเสี่ยงเกิดความเสียหายได้ ยกตัวอย่างการย้ายบ้าน ที่มีข้าวของเป็นจำนวนมาก รถยนต์ส่วนตัวอาจจะไม่เพียงพอกับการขนบ้าย การใช้บริการรับจ้างจึงสำคัญ และรถรับจ้างที่มีให้บริการก็มีตั้งแต่รถกระบะทั่วไป รถบรรทุก 4 ล้อใหญ่รถ6ล้อรับจ้างและรถสิบล้อ ซึ่งราคาจะแตกต่างกัน แต่ก่อนอื่นนั้นเราจะมาดูเกี่ยวกับเรื่องของราคาค่าบริการของรถรับจ้างกันก่อน ว่าเขาคิดราคาอย่างไร ใช้หลักเกณฑ์อย่างไร เผื่อใครที่อยากใช้บริการจะได้คำนวณถูกว่าจะใช้รถรับจ้างประเภทไหน จึงจะคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด เราได้รวบรวมเอามาไว้ให้ทุกท่านได้ดูกัน ณ ทีนี้แล้ว เกณฑ์การคิดราคาของรถรับจ้าง 1.ระยะทางในการขนส่ง เป็นข้อแรกที่จะใช้ในการคำนวณว่าราคาของการจ้างจะอยู่ที่เท่าไหร่ โดยทั่วไปแล้วการคิดราคาของรถรับจ้าง จะคิดเป็นกิโล เช่น กิโลเมตรละ 10 บาท

ประกันชั้น 3 ราคาถูกสุดๆ

ข้อควรระวังกับประกันภัย 3+ข้อควรระวังกับประกันภัย 3+

ประกันรถยนต์ 3+ ราคาแทบไม่แตกต่างไปจากประกันชั้น 3 ราคาถูกสุดๆเลย แต่ประกันรถยนต์ 3+ จะมีความแตกต่างกับประกันรถยนต์ชั้น 3 ธรรมดา คือเหมาะสำหรับคนที่อยากได้ความคุ้มครองรถยนต์ของตนเองเพิ่มด้วย เพราะประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้น จะให้ความคุ้มครองกับรถของคู่กรณีหรือบุคคลอื่นเมื่อเกิดเหตุเป็นหลัก แต่ประกันรถยนต์ 3+ ราคาสูงขึ้นมาอีกนิดจะได้รับความคุ้มครองรถยนต์ของผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกันเพิ่มขึ้นมาด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อควรระวังหากเลือกซื้อประกันรถยนต์ 3+ ราคาถูกนี้ จะใช้อย่างไรให้คุ้มค่า  เนื่องจากประกันรถยนต์ 3+ ราคาถูกนี้จะเน้นคุ้มครองบุคคลอื่นเป็นหลัก ทำให้วงเงินในส่วนของรถที่เอาประกันหรือผลประโยชน์แก่ผู้ขับขี่นั้นมีจำกัด หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจได้รับค่าซ่อมแซมหรือค่าชดเชยไม่ครอบคลุมกับบางกรณี ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนต่างนั้น หรือในกรณีที่ไม่อาจระบุคู่กรณีได้ เช่นการชนสิ่งกีดขวางต่างๆ หรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่รถยนต์ที่ระบุป้ายทะเบียนคู่กรณีได้ ประกันรถยนต์ 3+ จะไม่คุ้มครองค่าเสียหายใดๆ เลย ดังนั้นข้อควรระวังในการทำประกันชั้น 3+ ราคาถูกนี้ คือคุณจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่รถยนต์ที่ไม่ค่อยประสบอุบัติเหตุบ่อยนัก จึงจะใช้ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ได้คุ้มค่า  อีกข้อหนึ่งอีกสิ่งหนึ่งคือ หากคุณทำประกันชั้น 3+ แล้วเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุ จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท ต่อครั้ง ซึ่งทำให้ค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายนั้นไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง ประกันรถยนต์ 3+ ราคาที่จ่ายอยู่จึงเป็นราคาที่อาจบวกเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพราะความคุ้มครองไม่ได้ครอบคลุมมากพอนั่นเอง ดังนั้นหากคุณพิจารณาประกันรถยนต์ 3+ ราคาเป็นปัจจัยที่โดดเด่นแล้วล่ะก็ ให้เตรียมรับความเสี่ยงนี้เอาไว้ด้วยเช่นกัน  ข้อควรระวังเหล่านี้คือปัจจัยที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาหากเลือกประกัน 3+ แต่หากคุณเพียงแค่ต้องการประกันที่มีไว้เผื่อฉุกเฉินเพราะไม่ได้ใช้รถบ่อยหรือไม่ค่อยพบอุบัติเหตุแล้ว ประกันรถยนต์ 3+ ราคานี้ก็คุ้มค่ากับความคุ้มครองเลยค่ะ